สภาวะสัตว์น้ำรอบทะเลสาบสงขลา เดือนธันวาคม 2560
โครงการฟื้นฟูทรัพยากรประมงในทะเลสาบ สงขลา

คนดีศรีเลสาบคนดีศรีเลสาบของจดหมายข่าวฉบับนี้ มาแปลกแหวกแนวนิดหนึ่งนะครับ โดยปกติคนดีศรีเลสาบทางทีมงานจดหมายข่าวคัดมาแค่ฉบับละหนึ่งท่านเท่านั้น แต่ครั้งนี้จัดเต็มครับสำหรับบุคคลที่สร้างความดี และทำเพื่อทะเลสาบสงขลาเที่ยวนี้เลยมาเป็นหมู่คณะทำดีกันเป็นทีม ก็ต้องชื่นชมกันทุกคนครับ สำหรับทีมงานหมู่ที่ 5 บ้านเกาะนางคำเหนือ ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง หมู่บ้านนี้ทำอะไรต้องบอกว่าเป็นทีมครับ ทำดีกันถ้วนหน้า ว่ากันอย่างนั้นผลงานที่โดดเด่นและน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง

เรียนรู้กฎหมาย...กับทนายฑูรย์“กฎหมาย คือ ข้อบังคับ กติกา กำหนดมาเพื่อใช้บังคับ ควบคุม หากฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิด และได้รับโทษตามที่กำหนด” .....อาจจะฟังแล้วเครียด จริงจัง และน่ากลัว แต่คำกล่าวข้างต้นเป็นใจความสำคัญของกฎหมายทุกประเภทครับ ซึ่งผู้อ่านทุกท่านทราบเป็นอย่างดี และยึดถือปฏิบัติกันมาโดยตลอด เช่นเดียวกับพี่น้องชาวประมงทุกท่านและผู้ติดตามจดหมายข่าวโครงการฟื้นฟูทรัพยากรในทะเลสาบสงขลา ก็คงทราบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำประมงอยู่บ้างแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน กรมประมงได้ประกาศใช้ “พระราชกำหนด การประมง พ.ศ.2558” ซึ่งทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องล้วนต้องถือปฏิบัติ

ปลาเสือพ่นน้ำลักษณะ : ลำตัวป้อม แบนข้างคล้ายรูปสามเหลี่ยม ส่วนหัวแหลมครีบหลังมีก้านครีบแข็ง 5-6 ก้าน ก้านครีบอ่อน 12-13 ก้าน ครีบก้นมีก้านครีบแข็ง 3 ก้าน ก้านครีบอ่อน 15-17 ก้านมีเกล็ดบนเส้นข้างตัว 33-34 เกล็ด ครีบหลังและเส้นข้างตัวห่างกัน 5 เกล็ด ครีบหลังและครีบก้นอยู่ส่วนท้ายของลำตัว ครีบหางตัดตรง บริเวณหลังมีสีเขียวปนเหลือง ด้านข้างสีขาว-เงิน ข้างลำตัวมีแต้มสีดำค่อนข้างยาว 6-7 แต้ม ตัวเต็มวัยมีขนาดใหญ่ที่สุดประมาณ 40 เซนติเมตร

คำพยากรณ์กับนรินทร ใหม่วัดสวัสดีแฟนๆ จดหมายข่าวทุกท่านครับ พบกันอีกครั้งกับคอลัมน์ที่จะรายงานสถานการณ์ และพยากรณ์คุณภาพน้ำบริเวณทะเลสาบสงขลากับกระผมนายนรินทร ใหม่วัด ช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระผมได้มีโอกาสร่วมกับทีมงานจดหมายข่าวโครงการฟื้นฟูทรัพยากรในทะเลสาบสงขลาของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา) ออกสำรวจสภาวะการจับสัตว์น้ำบริเวณทะเลสาบสงขลา จึงถือโอกาสเก็บตัวอย่างเก็บตัวอย่างน้ำในจุดที่เป็นตัวแทนของทะเลสาบแต่ละเขต (ดังภาพ) เพื่อวิเคราะห์คุณภาพน้ำ 4 พารามิเตอร์ (ดังตาราง)

Webmaster Talk  ประจำเดือนตุลาคม 2559สวัสดีค่ะ ข่าวฉบับที่ 1 ของปีงบประมาณ 2560 ได้มาพบ กันอีก จากปีแล้วปีเล่า เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วซะเหลือเกิน แต่ปีนี้ เป็นปีที่สุดโศกเศร้าของเหล่าปวงชนชาวไทย ที่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคตซึ่งพวกเราชาวไทยได้เห็นความเหน็ดเหนื่อยที่พระองค์ได้ทำให้พวกเรามากมาย เช่น สร้างเขื่อนเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อการประมงในลุ่มน้ำและป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง พระองค์ทำให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำดีมีโครงการฝนหลวง เพื่อให้พื้นที่แห้งแล้งได้มีน้ำ เพื่อให้เกษตรกรทำมาหากินเพื่อให้คนจน

จดหมายข่าวโครงการฟื้นฟูทรัพยากรประมงในทะลสาบสงขลา

        ปี 2548                                ปี 2549

<= ฉบับที่ 1/2548              <= ฉบับที่ 1/2549

<= ฉบับที่ 2/2548              <= ฉบับที่ 2/2549

<= ฉบับที่ 3/2548              <= ฉบับที่ 3/2549

<= ฉบับที่ 4/2548              <= ฉบับที่ 4/2549

<= ฉบับที่ 5/2548              <= ฉบับที่ 5/2549

<= ฉบับที่ 6/2548              <= ฉบับที่ 6/2549

<= ฉบับที่ 7/2548              <= ฉบับที่ 7/2549

<= ฉบับที่ 8/2548              <= ฉบับที่ 8/2549

<= ฉบับที่ 9/2548              <= ฉบับที่ 9/2549

                                      <= ฉบับที่ 11/2549

                                      <= ฉบับที่ 10/2549

                                      <= ฉบับที่ 12/2549

 

        ปี 2550                              ปี 2551

<= ฉบับที่ 1/2550              <= ฉบับที่ 2/2551

                                      <= ฉบับที่ 3/2551

                                      <= ฉบับที่ 4/2551

                                      <= ฉบับที่ 5/2551

                                                                             

        ปี 2552                              ปี 2553

<= ฉบับที่ 2/2552              <= ฉบับที่ 2/2553

<= ฉบับที่ 3/2552              <= ฉบับที่ 3/2553

<= ฉบับที่ 4/2552             <= ฉบับที่ 4/2553

<= ฉบับที่ 5/2552             <= ฉบับที่ 5/2553

                                     <= ฉบับที่ 6/2553                                  

 

         ปี 2554                            ปี 2555

<= ฉบับที่ 1/2554             <= ฉบับที่ 1/2555

<= ฉบับที่ 2/2554             <= ฉบับที่ 2/2555

<= ฉบับที่ 3/2554             <= ฉบับที่ 3/2555

<= ฉบับที่ 4/2554             <= ฉบับที่ 4/2555

<= ฉบับที่ 5/2554             <= ฉบับที่ 5/2555

<= ฉบับที่ 6/2554             <= ฉบับที่ 6/2555

 

        ปี 2556                               ปี 2557

<= ฉบับที่ 1/2556             <= ฉบับที่ 1/2557

<= ฉบับที่ 2/2556

<= ฉบับที่ 3/2556

<= ฉบับที่ 4/2556

<= ฉบับที่ 5/2556

<= ฉบับที่ 6/2556

 

        ปี 2558                               ปี 2559

<= ฉบับที่ 1/2558              <= ฉบับที่ 1/2559

แผนที่แสดงผลผลิตกุ้งก้ามกราม ปี 2556 - 2557

 

"ทรัพยากรด้นประมงจะต้องจัดเป็นระเบียบ ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าปล่อยพันธุ์ปลาให้ดีหรือเลี้ยงปลาให้ดีหรือเลี้ยงปลาให้เติบโต ความสำคัญอยู่ที่ด้านการบริหารการจับปลาและสัตว์น้ำ เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์จริง ๆ" เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรประมงในทะเลสาบสงขลา มนรูปแบบฟาร์มทะเล/ฟาร์มสัตว์น้ำโดยชุมชน สร้างรายได้ให้กับชาวประมง ตลอดจนเป็นแหล่งอาหารของชุมชนรอบทะเลสาบ

สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้ว หลังจากปฎิบัติการรื้อโพงพางปากทะเลสาบสงขลา จากหัวพญานาค ถึงท่าเทียบเรือประมงใหม่ ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร สามารถรื้อถอนโพงพาง 13 แถว รวม 272 ช่อง เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็ได้มีกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนรวมตัวกันปิดท่าแพขนานยนต์ไปแล้ว 2 รอบ อย่างไรเสียก็ขอให้หาทางออกที่ถูกต้อง นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมให้มากๆๆ เราจะได้อยู่กันในสังคมอย่างมีความสุข

สภาวะทางเศรษฐกิจสังคม

ครั้งหนึ่งทะเลสาบสงขลาเคยได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่มีความอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของโลก มีสัตว์น้ำนานาชนิด ซึ่งเป็นเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตทั้งมวลรอบทะเลสาบสงขลากว่า 160 ชุมชน มายาวนานหลายชั่วอายุคน ความเปลี่ยนแปลงของชุมชนส่วนหนึ่งจึงขึ้นอยู่กับปริมาณของสัตว์น้ำที่มีอยู่ในทะเลสาบ ปีใดสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์ชุมชนก็เข้มแข็งและสงบสุขแต่ปีใดขาดแคลนความทุกข์ยากก็แผ่ขยายไปรอบทะเลสาบ เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมานั้น ปริมาณสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลาลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งที่ทางธรรมชาติ และที่มนุษย์สร้างขึ้นนับเป็นปรากฎการณ์ที่สำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนรอบทะเลสาบ

ดังนั้น ชุมชนรอบทะเลสาบจึงมีทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดเป็นเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เกษตรกรรม ซึ่งเกื้อกูลต่อการยังชีพของชุมชนรอบทะเลสาบ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนจุนเจือส่งเสริมการผลิตแบบเก็บเกี่ยว และการใช้แรงงานที่ไม่ต้องอาศัยพลังงานและเทคโนโลยีแต่ในช่วงหลังมีกระบวนการผลิตโดยใช้พลังงานและเทคโนโลยีเข้ามาสู่บริเวณนี้มากขึ้น จึงทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมและขาดแคลนลงเรื่อย ๆ วัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนแบ่งปันเปลี่ยนเป็นการแข่งขัน ชิงดี และเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น สภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมที่เคยมั่งคั่งกลับถอยหลัง ซึ่งยากที่จะกลับคืนมาเหมือนอย่างเช่นใดอดีต

สภาพทางสังคม

ในสมัยก่อนถ้าย้อนไปหาอดีตก่อนสมัยอยุธยา ชุมชนบริเวณทะเลสาบสงขลา มีลักษณะเป็นเมืองท่าที่ติดต่อค้าขายกับต่างชาติมากกว่าที่จะเป็นลักษณะของชุมชนเกษตรกรรม เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะในสมัยนั้นผู้คนมีน้อย และไม่เดือดร้อนในเรื่องข้าวปลาอาหารมากนัก ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรนั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงเข้าใจว่าสังคมเกษตรกรรมอาจจะยังไม่เด่นชัด แต่ในสมัยอยุธยาเป็นต้นมา ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมขึ้นทั่วไปรอบทะเลสาบ ซึ่งมีพอให้เกิดการขยายตัวของชุมชนอย่างต่อเนื่อง ชาวนาที่ยึดมั่นอยู่กับค่านิยม รวมทั้งไสยศาสตร์ และประเพณีวัฒนธรรม กลายเป็นคนส่วนใหญ่ในพื้นที่บริเวณนี้ และชาวนาก็จะอยู่ในลักษณะของไพร่ และข้าพระ ซึ่งไพร่นับเป็นชาวนากลุ่มใหญ่ ที่มีความจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับขุนนาง หรือนาย ส่วนข้าพระหรือแลกวัดเป็นกลุ่มคนที่ทางพระมหากษัตริย์ได้อุทิศกัลปนาให้เป็นสมบัติของพระสงฆ์ชาวนาที่เป็นข้าพระ หรือแลกวัดนี้จะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสถาบันสงฆ์

ที่กล่าวมานี้ก็เป็นลักษณะสถานะทางสังคมของผู้คนในสมัยนั้น อย่างไรก็ตามลุ่มน้ำทะเลสาบแห่งนี้ไม่มีความปลอดภัยและมั่นคงสักเท่าไหร่ในชีวิตความเป็นอยู่ โดยเฉพาะสาเหตุมาจากการรุกรานของโจรสลัดและต้องประสบกับการรุกรานของเพื่อนบ้านอยู่เป็นประจำ

ส่วนในลักษณะของสังคมปัจจุบันของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลามีหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไปสังคมไพร่และข้าพระกลายมาเป็นสังคมเกษตรกรรมที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทรรศนคติ ค่านิยม ไสยศาสตร์ ประเพณีและวัฒนธรรม เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยมากขึ้นโดยเฉพาะการได้รับอิทธิพลมาจากสังคมภายนอก เช่น สังคมจากต่างประเทศเป็นต้น สังคมที่เคยเกื้อกูลพึ่งพา กลายมาเป็นสังคมของการแข่งขัน และชิงดีชิงเด่น

ปัญหาสังคมต่าง ๆ มีมากมาย เช่น ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม ความยากจน และชุมชนแออัด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่ยากต่อการแก้ไขในสภาพปัจจุบันนี้ ส่วนหนึ่งที่คิดว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาและการเปลี่ยนแปลงคือการเพิ่มขึ้นของประชากร และการลดลงของทรัพยากรนั่นเอง ถ้าจะมองตัวเลขของประชากรที่อาศัยอยู่บริเวณรอบทะเลสาบมีประมาณ 1.2 ล้านคนใน 173 ตำบล 1412 หมู่บ้าน โดยประชากรส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นตามบริเวณรอบทะเลสาบสงขลาและเบาบางในแถบพื้นที่สูงและภูเขาของจังหวัดพัทลุง

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าสังคมของชุมชนรอบทะเลสาบสงขลาจะเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ค่านิยม และวัฒนธรรมต่าง ๆ จะเปลี่ยนไปเช่นไร แต่ถ้าผู้คนรอบทะเลสาบสงขลายังรักทะเลสาบสงขลาไม่เปลี่ยนแปลง ช่วยกันอนุรักษ์และฟื้นฟูเชื่อมั่นว่าสังคมของชุมชนรอบทะเลสาบสงขลาจะน่าอยู่และกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนในอดีตอีกครั้ง

สภาพทางเศรษฐกิจ

ในสมัยก่อนชาวบ้านหรือชาวนาจะดำรงชีวิตอยู่ในระบบเศรษฐกิจแบบพอยังชีพ ไม่ใช่ลักษณะของการแข่งขัน แต่ชาวนาสมัยนั้นก็จะต้องมีพันธะทางด้านเศรษฐกิจกับขุนนาง หรือนายตามระบบส่วยอากร ส่วนชาวนาที่เป็นข้าพระหรือแลกวัดนั้น ต้องขึ้นอยู่ในระบบเศรษฐกิจของวัดอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นต้นมา ชาวนาในบริเวณนี้จะต้องส่งส่วยให้แก่ขุนนางรวมทั้งเสียอากรบางชนิดด้วย พอมาถึงปัจจุบันโครงสร้างทางเศรษฐกิจเปลี่ยนไปสภาพเศรษฐกิจแบบพอยังชีพกลับกลายเป็นลักษณะของการดิ้นรนและต้องเสียภาษีอากรให้กับรัฐตามลักษณะของการ ประกอบธุรกิจการงาน และรายได้ก็มีลักษณะคล้าย ๆ กับสมัยก่อน     การนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้ นี่คือคำถามที่อยู่ในใจของคนรอบทะเลสาบสงขลาที่ปัจจุบันนี้ถือว่าเรื่องปากเรื่องท้องเป็นเรื่องสำคัญ การแข่งขันทางเศรษฐกิจมีมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งถ้าจะมองถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบการผลิตจะขึ้นอยู่กับสาขาการผลิตที่สำคัญ 3 สาขา คือ สาขาเกษตรกรรม การค้าส่งและค้าปลีก และสาขาการบริการ สำหรับสาขาเกษตรกรรมซึ่งเป็นอาชีพส่วนใหญ่ของคนลุ่มน้ำทะเลสาบแห่งนี้ซึ่งประกอบไปด้วย อาชีพประมงที่ถือเป็นอาชีพหลักโดยมีผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ประมาณ 8,010 ครัวเรือน จาก 168 หมู่บ้าน รองลงมาได้แก่ ยางพารา ข้าว สวนผสมไม้ผล พืชผักสวนครัว

สาขาการค้าส่งและค้าปลีก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการค้าสัตว์น้ำจะมีพ่อค้าแม่ขาย ทั้งค้าส่งและค้าปลีกมาติดต่อรับซื้อสัตว์น้ำจากการประมงของเกษตรกรไปจำหน่ายทั้งในพื้นที่และ ต่างจังหวัด

สาขาการบริการ นับว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนแห่งนี้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว โดยพื้นที่รอบทะเลสาบสงขลามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งบางแห่งมีชื่อเสียงระดับประเทศก็ว่าได้ เช่น อุทยานนกน้ำทะเลน้อย - คูขุด, อุทยานเขาปู่ เขาย่า, ถ้ำพระคูหาสวรรค์, หาดแสนสุขลำปำ, เกาะสี่เกาะห้า, เขาตังกวน, เกาะยอ เป็นต้น

 

เอกสารอ้างอิง

จงจิตร์ นีรนาทเมธิกุล. 2542. รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาปี 2542. สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 12. 6 น.
จินตนา หนูณะ. 2536. ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา วัฒนธรรมและการพัฒนา. วารสารทักษิณคดี ปีที่ 3 ฉบับที่ 1. 147 น.
นฤทธิ์ ดวงสุวรรณ์. 2545. ฅนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา. โครงการจัดการทรัพยากรชายฝั่งภาคใต้. 96 น.
ยงยุทธ ชูแว่น. 2541. โลกของลุ่มน้ำทะเลสาบ. กลุ่มนาคร. 232 น.
มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์. 2542. ทะเลสาบสงขลา-ธุระไม่ใช่ : นิทานสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคใต้